UFABETWINS ปาเชตา : อดีตเฮดโค้ชไทยลีกที่พา “เอลเช” เลื่อนชั้นขึ้นลาลีกา

UFABETWINS

UFABETWINS การเพลย์ออฟเพื่อหาทีมสุดท้ายที่เลื่อนชั้นสู่ ลาลีกา ฤดูกาล 2020-21 จบลงด้วยชัยชนะของ เอลเช สโมสรฟุตบอลขนาดเล็กในแคว้นบาเลนเซีย

 

หลังห่างหายจากลีกสูงสุดนาน 5 ปี ผลการแข่งขันนัดนี้ คงไม่ได้รับความสนใจในบ้านเรา แต่ทราบหรือไม่ว่า เฮดโค้ชที่พา เอลเช ประสบความสำเร็จ เป็นคน ๆ เดียวกับที่เคยรับงานคุมทีมในไทยลีก เขาคือฮวน โรโฆ โจเซ มาร์ติน หรือ ปาเชตา อดีตกุนซือเคยผ่านจุดตกต่ำของอาชีพโค้ช จนต้องถอยหลังมาตั้งหลักในลีกฟุตบอลเอเชีย

ก่อนที่เขาจะสร้างเรื่องน่าเหลือเชื่อ เมื่อกลับไปทำงานในประเทศบ้านเกิด กลายเป็น ฮีโร่ที่สร้างความฝันครั้งใหม่แก่ชาวเอลเช จอมทัพมันสมอง ปาเชตา เริ่มต้นอาชีพนักเตะ กับ ราซิ่ง เลร์เมโญ ทีมฟุตบอลประจำหมู่บ้านในจังหวัดบูร์กอส ทางตอนเหนือของสเปน เขาเล่นให้สโมสรแห่งนี้ 2 ปี จึงก้าวสู่การแข่งขันสู่ลีกเซกุนดา ดิวิชัน เบ กับ นูมานเซีย

UFABETWINS

ในฤดูกาล 1989-90 ไม่ต่างจากกองกลางสัญชาติสเปนรายอื่น ปาเชตา คือ นักเตะเปี่ยมเทคนิค ใช้สมองในการเล่นฟุตบอล ถือเป็นมิดฟิลด์ที่มีความครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านเกม จ่ายบอล หรือ ทำประตู ด้วยวัย 21 ปี ปาเชตา กลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตาและถูกวางตัวเป็นอนาคตของสโมสร “เขาคือกองกลางโดยกำเนิด ด้วยชั้นเชิงที่มากกว่าท่าที

โอ้อวด รวมถึงทักษะการยิงประตู ไม่ต้องแปลกจากหากปาเชตา จะผันตัวรับงานโค้ชในอนาคต” บทความรวมประวัติอดีตนักเตะนูมานเซีย กล่าวถึงความฉลาดในการเล่นของปาเชตา ปาเชตา ค้าแข้งกับ นูมานเซีย เพียงฤดูกาลเดียว เขาเซ็นสัญญาร่วมทีม เรอัล บูร์กอส เพื่อโอกาสลงเล่นศึกลาลีกา ฤดูกาล 1990-91 ปาเชตา หวังว่าการย้ายทีมครั้งนี้

จะเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในอาชีพนักฟุตบอล เนื่องจากเป็นการขยับจากลีกระดับสาม สู่ลีกสูงสุดของประเทศ โชคร้ายที่ผลลัพธ์ที่ออกมาตรงกันข้าม เขาไม่ได้โอกาสลงสนามแม้แต่นัดเดียว ปาเชตายอมรับว่า ตนดีไม่พอสำหรับลาลีกา ก่อนกลับสู่เซกุนดา ดิวิชัน เบ ในฐานะผู้เล่นตัวหลักของ สโมสรมาร์เบยา เขาประสบความสำเร็จกับทีมแห่งนี้ตั้งแต่

ฤดูกาลแรก จากการคว้าแชมป์ฤดูกาล 1991-92 พาต้นสังกัดเลื่อนชั้นสู่ เซกุนดา ดิวิชัน ลีกฟุตบอลระดับสองของสเปน นับตั้งแต่วันนั้น ปาเชตา ไม่เคยกลับมาเล่นฟุตบอลในระดับที่ต่ำกว่า เซกุนดา ดิวิชัน เขาลงเล่นในลีกแห่งนี้ 2 ฤดูกาล กับ 2 สโมสร ได้แก่ มาร์เบยา และ เมริดา ลงสนามรวม 56 นัด ยิง 9 ประตู ปาเชตา พิสูจน์ว่าเขา คือ แข้ง

แถวหน้าของลีกรอง และพร้อมกลับไปพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในลาลีกา เดือนมิถุนายน ปี 1994 ปาเชตา เซ็นสัญญากับ เอสปันญ่อล ทีมดังจากแคว้นคาตาลัน แม้บาดเจ็บจนพลาดพรีซีซั่น แต่เขาได้รับความมั่นใจให้ลงเล่นเป็นตัวจริง ในเกมเปิดบ้านพบบาร์เซโลน่า เผชิญหน้ากับกองกลางซูเปอร์สตาร์อย่าง โจเซฟ กวาดิโอลา, โรนัลด์ คูมัน และ จอร์จี ฮาจี

อดีตเฮดโค้ชทีมราชบุรีทำผลงานน่าประทับใจ และสามารถส่งบอลตุงตาข่ายได้สำเร็จ จากลูกโหม่งในจังวะฟรีคิก โชคร้ายที่ผู้ตัดสินมองว่าการยิงครั้งนั้นไม่เป็นประตู เนื่องจากมีการฟาวล์เกิดขึ้นก่อน เกมจึงจบด้วยสกอร์ 0-0 หนังสือพิมพ์ Mundo Deportivo พาดหัว “ประตูที่น่ากังขาของปาเชตา” แจ้งเกิดมิดฟิลด์หน้าใหม่ ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามในลีก

สูงสุด ปาเชตา กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลเอสปันญ่อล น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บตามเล่นงานไม่เลิก เขาผันตัวเป็นผู้เล่นไวลด์การ์ดที่มักถูกส่งลงมาในช่วงท้ายเกม ปาเชตา ได้การยอมรับในฐานะผู้เล่นสารพัดประโยชน์ ด้วยการลงเล่นมากถึง 5 ตำแหน่ง และฝากผลงานที่ดีแก่ทีมแทบทุกครั้ง ปี 1999 ปาเชตา ดำเนินบทสุดท้ายในฐานะนักฟุตบอล

อาชีพ ด้วยการย้ายกลับสู่ นูมานเซีย เขาขึ้นสู่จุดสูงสุดในการค้าแข้งที่สโมสรแห่งนี้ จากผลงาน 121 นัด 18 ประตู ตลอด 4 ฤดูกาล ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2004 ด้วยวัย 36 ปี “ผมมีครอบครัว มีบ้าน มีพรรคพวก มีเพื่อนพ้อง อยู่ที่นี่ ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้กลับมายังเมืองแห่งนี้” ปาเชตา กล่าวถึง นูมานเซีย ขณะพาต้นสังกัดล่าสุด เอลเช่ บุกมาเยือน

UFABETWINS

ที่สนามนูเอโบ เอสตาดิโอ ลอส ปาฆาริตอส เมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว ความล้มเหลวที่สเปน ปาเชตา ยังวนเวียนในวงการฟุตบอล เขาเริ่มต้นงานเป็นสตาฟฟ์โค้ชของนูมานเซีย ก่อนเข้ามารับบทตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬา ในปี 2007 ปาเชตาทำหน้าที่ผู้บริหารอยู่ปีกว่า จากนั้นถูกย้ายไปทำหน้าที่ ผู้จัดการทีมชั่วคราว ในเดือนกุมภาพันธ์ 2009

หลัง แซร์กิจ เครซิช ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง แม้ไม่สามารถช่วยให้ นูมานเซีย รอดตกชั้น แต่ช่วงเวลานั้น สร้างแรงบันดาลใจบางอย่างในใจปาเชตา จนยอมทิ้งอาชีพผู้บริหารทีมลูกหนัง กระโดดลงไปรับความท้าทายใหม่ ในฐานะโค้ชขัดตาทัพอีกครั้ง กับ เรอัล โอเบียโด สโมสรในเซกุนดา ดิวิชัน เบ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2011 ปาเชตา ทำผลงานน่า

ประทับใจ ตลอด 2 ฤดูกาลที่คุมทีมแห่งนี้ ด้วยการจบอันดับ 8 และ 6 ตามลำดับ แต่ด้วยความทะเยอทะยาน ที่มีให้เห็นตั้งแต่สมัยค้าแข้ง เขาลาออกจาก เรอัล โอเบียโด โดยให้เหตุผลว่า อนาคตของสโมสรแห่งนี้ไม่แน่นอน ในเดือนธันวาคม ปี 2012 ปาเชตารับงานเป็นเฮดโค้ชทีมคาร์ทาเกนา ก่อนพาต้นสังกัดจบอันดับ 2 ของเซกุนดา

ดิวิชัน เบ ฤดูกาล 2012-13 คว้าตั๋วเข้าเพลย์ออฟลุ้นเลื่อนชั้น แต่ไม่ทันได้ลงเล่น เขาถูกปลดจากตำแหน่งแบบฟ้าผ่า เนื่องจากสะดุดเสมอ 4 จาก 5 นัดสุดท้าย ปาเชตา ดูจะเสียศูนย์หลังจากนั้น เขาไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ทั้งการคุม โคโรน่า คีลเซ่ และ เอร์คูเลส คว้าชัยชนะไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ จนกระเด็นจากตำแหน่ง กลายเป็นคนตกงานไปนาน

ร่วม 10 เดือน วันหนึ่ง เขาได้รับข้อเสนอ จากสโมสรในแดนไกล นั่นคือ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี การก้าวออกมาหาประสบการณ์ใหม่ที่เมืองไทยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเฮดโค้ชที่กำลังถอยหลังอย่างเขา ผจญภัยในไทยลีก เดือนมกราคม ปี 2016 ปาเชตาเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมราชบุรี มิตรผล เอฟซี การจับคู่ของสองฝ่าย ถือว่าเหมาะ

สมกันอย่างมาก เนื่องจาก ทัพราชันมังกรเลือกใช้กุนซือชาวสเปน นับตั้งแต่เลื่อนชั้นสู่ไทยลีกในปี 2013 ไล่ตั้งแต่ อีวาน ปาเลโก, ริคาโด โรดริเกวซ และโจเซ่ แฟเรย์ เขาให้สัมภาษณ์ถึงการย้ายมาคุมทีมในประเทศไทยว่า นี่คือ “การผจญภัย” แม้ต้องปรับตัวกับสังคม และวัฒนธรรมใหม่ แต่เขาเรียนรู้กับการใช้ชีวิตในบ้านเราอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก

ปาเชตา ค้นพบความสุขกับการทำงานในเมืองไทย และตั้งเป้าพัฒนาตัวเอง เพื่อกลับไปรับงานในสเปนอีกครั้ง “ผมมีโอกาสคุมทีม และมีโอกาสทำงานหลายอย่างที่ไม่มีวันได้ทำในสเปน มันชัดเจนว่า ผมกำลังเติบโตขึ้นในฐานะเฮดโค้ช” ปาเชต้า ให้สัมภาณ์กับสื่อบ้านเกิด “ผมรู้ว่าการใช้ชีวิตในเมืองไทยยากแค่ไหน แต่ผมก็รู้ว่า การนั่งอยู่ที่บ้านโดยไม่ทำ

อะไรนาน 10 เดือน โดยไม่มีโอกาสเข้ามาหานั้นเป็นอย่างไร” “เมื่อใดก็ตามที่คุณทำงาน คุณจะเติบโตขึ้น ทั้งในฐานะโค้ช และฐานะคนธรรมดา ผมบอกคุณเลยว่า สักวันผมจะกลับไปสเปนอีกครั้ง”

ปาเชตา ตั้งใจพัฒนาตัวเองด้วยการเรียนรู้ศาสตร์ฟุตบอลแดนสยาม เขาให้สัมภาษณ์ว่า “นักเตะไทย” มีความสามารถพอจะเล่นในเซกุนดา ดิวิชัน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมองเห็นจุดแข็งของนักเตะไทยที่แข็งแกร่งและรวดเร็ว รวมถึงจุดอ่อนที่ต้องการแรงกระตุ้นตลอดเวลา

 

คลิ๊กเลย >>> https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล