UFABETWINS ราชันตกบัลลังก์ : เหตุใด ชาลเก้ 04 พังพินาศทั้งที่เป็นแหล่งปั้นสุดยอดดาวรุ่ง?

UFABETWINS ชาลเก้ 04 สโมสรยักษ์ใหญ่ของลีกเมืองเบียร์ จารึกประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าจดจำ ด้วยการไม่ชนะติดต่อกัน 18 นัดในศึกบุนเดสลีกา

นี่คือสิ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับทีมที่มีสมาชิกมากกว่า 150,000 คน เยอะสุดเป็นอันดับ 2 ของเยอรมัน รองจาก บาเยิร์น มิวนิค ทีเดียว   ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา “ชาลเก้ 04” ได้รับยอมรับว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะและสร้างผู้เล่นดาวรุ่งฝีเท้าดีมากมาย  มานูเอล นอยเออร์, ยูเลียน ดรักซ์เลอร์, โจเอล มาติป, อีวาน ราคิติช, เลรอย ซาเน,
เลออน โกเร็ตซ์กา, ซีอัด โคลาซินัค และ มักซ์ ไมเออร์ คือนักเตะบางส่วนที่สโมสรแห่งนี้ปลุกปั้นขึ้นมา จนกลายเป็นผู้เล่นระดับโลกในปัจจุบัน  ความจริงถ้า ชาลเก้ 04 สามารถเก็บผู้เล่นข้างต้นไว้กับสโมสร พวกเขาคงก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของโลกยุคนี้อย่างไม่ยากเย็น แต่ความจริงไม่เป็นแบบนั้น นักเตะเหล่านี้แยกย้ายไปสร้างความสำเร็จ
กับสโมสรอื่นทั้งหมด  ชาลเก้กำลังเผชิญหน้ากับปัจจุบันและอนาคตที่มืดดำหาแสงสว่างไม่เจอ ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ ทว่านี่คือผลจากความผิดพลาดในอดีตที่กำลังทำให้ชาลเก้เหมือนตกนรกทั้งเป็นในปี 2020 เสียตัวหลักไม่หยุดหย่อน ย้อนไปช่วง 10 ปีก่อน ชาลเก้ 04  มีสถานะเป็นทีมท็อป 3 ของลีก เป็นรองเพียงแค่
บาเยิร์น มิวนิค และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์  ชาลเก้ 04 ไม่ใช่ทีมเงินถัง แต่มีจุดแข็งตรงที่พวกเขาสามารถสร้างขุมกำลังดาวรุ่งฝีเท้าดีของสโมสรขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ อย่าง มานูเอล นอยเออร์, เบเนดิคท์ โฮเวอเดส, ยูเลียน ดรักซ์เลอร์, โจเอล มาติป สมทบด้วยแข้งฝีเท้าดีจากต่างแดน เช่น คลาส แยน ฮุนเตลาร์, เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน, อัตสึโต อูจิดะ,
อีวาน ราคิติช รวมถึงจอมเก๋าอย่าง ราอูล กอนซาเลซ  พลพรรคราชันสีน้ำเงินเคยผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2010/11 และคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ในฤดูกาลเดียวกัน รวมถึงแชมป์ซูเปอร์คัพในประเทศปี 2012 ทำให้สโมสรจากเมืองเกลเซนเคียร์เชนคิดถึงสเต็ปถัดไปในการยกระดับทีมเพื่อสร้างความสำเร็จระยะ
UFABETWINS
ยาว แบบเดียวกับที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำได้ก่อนหน้านี้ เหมือนดาบสองคม เมื่อทีมผลงานดี นักเตะตัวหลักของชาลเก้ 04 ถูกจับจ้องจากสโมสรยักษ์ใหญ่ จนพวกเขาเริ่มเสียผู้เล่นตัวหลักของทีมไปทีละคน มานูเอล นอยเออร์ ไปบาเยิร์น มิวนิค, อีวาน ราคิติช ไปเซบีญา, เลวิส โฮลต์บี ไปท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ การสูญเสียผู้เล่นอนาคตไกลออกจาก
ทีมส่งผลกระทบให้ชาลเก้ไม่สามารถก้าวขึ้นไปเป็นทีมลุ้นแชมป์บุนเดสลีกา เหมือนอย่าง บาเยิร์น หรือ ดอร์ทมุนด์  แต่ระบบอคาเดมีที่ยอดเยี่ยมช่วยให้สโมสรสร้างผู้เล่นหน้าใหม่ขึ้นมาทดแทน ไม่ว่าจะเป็น ซีอัด โคลาซินัค, มักซ์ ไมเออร์, เลรอย ซาเน รวมถึง เลออน โกเร็ตซ์กา ที่ซื้อมาปั้นต่อจากสโมสรโบคุ่ม แนวทางการปั้นเด็กขึ้นมาแทนผู้เล่นคีย์แมนที่
ถูกขายให้กับทีมยักษ์ใหญ่ได้ผลดีในช่วงระยะแรก ชาลเก้ยังคงเป็นทีมระดับแถวหน้า รักษาพื้นที่ลุ้นตั๋วไปยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ของตัวเองเอาไว้ได้ ในช่วงฤดูกาล 2012 ถึง 2014 ขณะเดียวกันสโมสรได้เงินมาช่วยพัฒนาทีมให้เดินหน้า แต่การขายนักเตะตัวหลักออกจากทีมต่อเนื่องทำให้ชาลเก้ขาดความสม่ำเสมอเพราะต้องมาปรับจูนสร้างทีมกันใหม่ทุกปี
จนเริ่มส่งสัญญาณร้ายด้วยการพลาดเป้าไม่สามารถจบท็อปโฟร์ถึง 3 ปีติดต่อกันในฤดูกาล 2014/15, 2015/16 และ 2016/17  การพลาดลุยฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปนำหายนะมาเยือนทีมดังทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมันอย่างเต็มตัว เพราะบรรดานักเตะฝีเท้าดีต่างอยากย้ายออกจากทีมเพื่อไปหาความสำเร็จที่ดีกว่า  ยูเลียน ดรักซ์เลอร์, คีร์เกียกอส ปาปาโดปูลอส ย้ายไปอยู่กับทีมคู่ปรับร่วมลีก เลรอย ซาเน หนีไปล่าความสำเร็จกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บางดีล
สโมสรได้ค่าตัวกลับมาสุดงดงาม แต่บาดแผลจากการขายผู้เล่นตัวหลักทำร้ายชาลเก้หนักหนาสาหัสกว่าที่ใครจะคาดคิด เพราะไม่ใช่ทุกดีลที่ชาลเก้จะได้เงินตอบแทนกลับมา แผนการที่ผิดพลาด นอกจากจะพบปัญหาไม่สามารถเก็บผู้เล่นตัวหลักไว้กับทีม ชาลเก้ 04 ยังขึ้นชื่อในเรื่องการเสียนักเตะออกจากทีมแบบไม่มีค่าตัวหรือไม่ได้เงินตอบแทนกลับมา
แม้แต่ยูโรเดียว คริสเตียน ฟุคส์, โจเอล มาติป, เลออน โกเร็ตซ์กา, มักซ์ ไมเออร์, ซีอัด โคลาซินัค คือรายชื่อนักเตะตัวหลักที่ชาลเก้เสียออกจากทีมแบบฟรีๆ ทั้งที่ด้วยฝีเท้าของนักเตะระดับนี้เท่ากับว่าทีมราชันสีน้ำเงินทำเงินหล่นหายไปร่วมร้อยล้านยูโร เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญแต่เป็นเพราะแผนงานการบริหารทีมที่ผิดพลาดโดยบอร์ดบริหารของ
ชาลเก้ นำโดยประธานสโมสร คลีเมนส์ ทอนนีส์ ที่มองไม่เห็นความสำคัญของผู้เล่นดาวรุ่งและหันไปให้ราคากับการซื้อนักเตะราคาแพงมาเสริมทีม คลีเมนส์ ทอนนีส์ คือสุดยอดนักธุรกิจชาวเยอรมันที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวมส่วนตัวมากกว่า 2 พันล้านยูโร และดำรงตำแหน่งประธานสโมสรชาลเก้มาตั้งแต่ปี 2001 แต่การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกฟุตบอล
UFABETWINS
ทำมหาเศรษฐีรายนี้ถึงกับเสียท่า บอร์ดบริหารชาลเก้เชื่อว่าหากจะประสบความสำเร็จในโลกฟุตบอลทุนนิยม การซื้อนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาเสริมทีม ยอมทุ่มค่าเหนื่อยล่อตาล่อใจเพื่อให้ผู้เล่นเหล่านี้เข้ามายกระดับทีม คือการพัฒนาที่ถูกจุดของสโมสร  เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง, อดัม ซาไล, โยนาธาน ไกส์, มาติยา นาสตาซิช, ฟรังโก ดิ ซานโต, จูเนียร์ เคียคารา, บรีล เอ็มโบโล, เบนฌาแมง สแตมบูลี, นาบิล เบนทาเล็บ, เยฟเฮน โคโนปลีอันกา, เซบาสเตียน รูดี, แรบบี มาตอน
โด ถูกซื้อตัวเข้าสู่ทีมอย่างต่อเนื่อง  ว่าตามตรง นักเตะเหล่านี้ไม่ได้เป็นฝีเท้าแข้งทอง ผู้เล่นเกรดเอแม้แต่น้อย แต่กลับผลาญงบประมาณของชาลเก้ไปถึง 137.5 ล้านยูโร สำหรับทีมที่มีเจ้าของเป็นแฟนบอลต้องหาเงินมาหมุนเวียนใช้บริหารด้วยตัวเอง เงินจำนวนนี้ก็เปรียบเหมือนเงินระดับหลายร้อยล้านในสายตาของชาลเก้ ผลลัพธ์ที่ตามมากลับพังเละ
ไม่เป็นท่า ไม่มีนักเตะรายไหนสามารถทำผลงานได้ตามคาดหวัง และที่แย่ไปกว่านั้น นักเตะทุกรายข้างต้นที่ชาลเก้ซื้อมา ไม่มีใครถูกขายออกด้วยราคาที่ได้กำไรแม้แต่รายเดียว เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง, ฟรังโก ดิ ซานโต โดนปล่อยตัวไปแบบฟรีๆ โยนาธาน ไกส์, บรีล เอ็มโบโล และ เยฟเฮน โคโนปลีอันกา ถูกขายขาดทุนมากกว่า 10 ล้านยูโรต่อราย หรือ
เซบาสเตียน รูดี ที่ซื้อมาในราคา 16 ล้านยูโร พวกเขากลับปล่อยให้ฮอฟเฟนไฮม์ยืมตัวมา 2 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว ชาลเก้พยายามทุ่มเงินหมดไปกับการล่านักเตะมาจากทีมอื่น ทว่าสโมสรกลับไม่เคยสนใจใยดีนักเตะดาวรุ่งในทีมตัวเอง  แม้เป็นทีมที่มีระบบอคาเดมีดีเยี่ยม แต่ผู้บริหารของชาลเก้มองว่านักเตะดาวรุ่งคือดาวรุ่งเสมอ
ดังนั้น ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน บอร์ดบริหารจะไม่ยอมทุ่มค่าเหนื่อยก้อนโตหรือสัญญาระยะยาวเพื่อมัดใจนักเตะอายุน้อยที่สโมสรสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองเด็ดขาด กว่าผู้บริหารชาลเก้จะรู้ตัวว่านักเตะที่มีอยู่ในทีมคือเพชรแท้ทุกอย่างก็สายเกินไป.. ทีมราชันสีน้ำเงินเคยโดนดัดหลังอย่างเจ็บปวด

คลิ๊กเลย >>> UFABETWINS

อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล