UFABETWINS โถ…พ่อคุณ

UFABETWINS

UFABETWINS  นักเตะอีกคนหนึ่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด และนาทีนี้ที่กำลังถูกพายุอุกาบาติถล่มหัวหมาอย่างจงหนักคงเห็นจะหนีไม่พ้น อันเดรียส เปเรยร่า

UFABETWINS  ข้อหาทำตัวน่าผิดหวังอย่างรุนแรง (เหลือเกิน)เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนบอลช่างหนักหน่วงในแนวโลหะมรณะภาพ ชนิดที่เจ้าตัวเข้ามาอ่านความเห็นของบรรดานักวิจารณ์ปากหมาในโลกโซเชี่ยลแล้วคงอยากกระโดดสะพานพุทธตายให้มันรู้แล้วรู้แรดไปเลยสารภาพตามตรงว่าบางอารมณ์ ผมก็อดสงสารเขาไม่ได้

แต่เมื่อดูจากผลงานและฟอร์มการเล่นที่นักเตะผู้นี้แสดงออกบนฟลอร์หญ้า มันก็ต้องพูดแบบหยาบๆ ว่า…มึงก็สมควรถูกเลื่อยไฟฟ้ายัดเข้าไปในรูตูดจริงๆ นั่นแหละครับ

อันเดรียส เปเรยร่า คือหนึ่งในกลุ่มดาวรุ่งตีนไฟที่ประดาเด็กผีเคยตั้งความหวังเอาไว้ค่อนข้างสูงลิบลิ่ว โทษฐานเพลย์เมคเกอร์สายพันธุ์แซมบ้าที่น่าจะรับประกันความสะเด่าไปเลยอีน้อง นักเตะผู้นี้ไม่ได้จบจากโรงเรียนลูกกรอกคะนองนะครับแมนฯ ยูไนเต็ด ไปกระชากตัวมาจากทีมเยาวชนของ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เมื่อ 2014

 

UFABETWINS

ตอนนั้นเขาอายุแค่ 20 ขวบ เท่านั้นเองว่าแล้ว อันเดรียส เปเรยร่า ก็แนะนำตัวเองให้ชาวบ้านรู้จัก

ในฐานะของผู้เล่นตัวรุกทางริมเส้น โดยเขาเกิดที่เมือง ดัฟเฟิ่ล ประเทศเบลเยี่ยม จึงเคยเล่นให้เยาวชนทีมชาติของ เบลเยี่ยม ก่อนเลือกที่จะเล่นให้ทีมชุดอายุต่ำกว่า 20 ปีของ บราซิล ตามเผ่าพันธุ์ที่แท้จริง และผ่านศึกชิงแชมป์เยาวชนโลก อายุต่ำกว่ายี่หมิบกับทีม “เซเลเซา” มาแล้ว

มิเท่านั้นยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้สูงขึ้นด้วยการมีคุณพ่อเป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวบราซิเลี่ยน ชื่อ มาร์กอส เปเรยร่าฤดูกาล 2014-15 ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จากการทำงานของ หลุยส์ ฟาน กัล ในพรีเมียร์ลีกไป 1 นัด ลีก คัพ 1 นัด ฤดูกาลต่อมาได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นรวม 11 นัดในทุกรายการ แต่กระดูกยังอ่อน ว่าแล้วจึงถูกท่านซาตานส่งตัวไปฝึกวิชาฟาดแข้งกับทีมอื่นก่อนตามสูตร เนื่องเพราะโอกาสเบียดลงเล่นในทีมปีศาจแดงชุดหใญ่ยาก ขืนอยู่ไปอาจเฉาตายเสียเปล่าๆ

ฤดูกาล 2015-16 ทีมใน ลา ลีกา อย่าง กรานาด้า ยืมตัวเขาไปใช้งาน ได้ลงเล่นไป 37 นัด ยิงได้ 5 ประตู ก่อนที่ บาเลนเซีย จะมายืมต่อในฤดูกาล 2016-17 ลงเล่นไป 23 นัด ยิงได้ 1 ประตู ซึ่งเมื่อเช็คจากประวัติแล้วพบว่าเขาได้ลงตัวจริงเป็นส่วนใหญ่ซะด้วย

ต่อเมื่อปีกกล้าขาแข็งมากยิ่งขึ้น แมนฯ ยูไนเต็ด จึงเรียกตัวกลับมาประจำการเมื่อซีซั่นที่แล้วนี่เอง

ก่อนเปิดฤดูกาล 2018-19 เขาถูก โชเซ่ มูรินโญ่ หนีบไปทัวร์ที่สหรัฐ อเมริกา ด้วยพลางมองว่าดาวรุ่งผู้นี้คงจะเบียดแย่งตำแหน่งตัวรุกในทีมชุดใหญ่ได้ยาก ไม่ว่าจะ “หน้าต่ำ” หรือกองหน้าด้านข้าง ว่าแล้วก้ทำการตัดแต่งพันธุกรรมเสียใหม่ โดยจับไปเล่นเป็น “มิดฟิลด์ตัวรับ” ซะอย่างนั้น

2 เกมแรกของฤดูกาลนั้น อันเดรียส เปเรยร่า ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง แม้ฟอร์มการเล่นจะไม่ได้โดดเด่นเป็นสง่าอะไรมากมาย แต่ก็ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติบราซิลชุดเฉยเลย โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองใน 20 นาทีสุดท้ายของเกมอุ่นเครื่องที่ถล่ม เอล ซัลวาดอร์ 5-0

และนับแต่นั้นก็ไม่เคยถูกเรียกตัวกลับไปรับใช้ทีมชาติอีกเลย !!!

ก่อนถูกไล่ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมปีศาจแดง โชเซ่ มูรินโญ่ ใช้นักเตะผู้นี้ไปทั้งหมดแค่ 6 นัด กระทั่งมาได้รับโอกาสลงสนามแบบจริงๆ จังๆ ตอนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาคุมทีมแทนพร้อมนโยบายใช้แรงงานเด็กนี่แหละ

ฤดูกาลนี้คุณน้าลูกอมมอบตำแหน่งตัวรุกให้เขาอีกครั้ง และ “หน้าต่ำ” คือบทบาทที่ถูกกำหนดในตอนแรก

ในแผนกผู้เล่นหมายเลข 10 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผู้เล่นที่ต้องแย่งกันลงเป็นตัวจริงอยู่ 3 คน นอกจาก อันเดรียส เปเรยร่า แล้วยังมี เจสซี่ ลินการ์ด กับ ฆวน มาต้า ซึ่งจนป่านนี้ยังไม่มีใครยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างถาวร

ปัญหาของทั้งนักเตะ 3 หน่อนี้คือไม่มีความสม่ำเสมอเอาเสียเลย

นอกจากจะสวมบท “หน้าต่ำ” แล้ว ดาวเตะวัย 24 ผู้นี้ยังจัดอยู่ในประเภทนักเตะเอนกประสงค์อีกต่างหาก สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เป็นสำคัญ

ยกตัวอย่างเกมล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มี ปอล ป็อกบา ไม่มี สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ แถม เนมานย่า มาติช ยังมาติดโทษแบน

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการให้นักเตะใหม่อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดตัวในฐานะ “หน้าต่ำ” ตัวสร้างสรรค์เกมรุกจึงจำเป็นต้องขยับ อันเดรียส เปเรยร่า ลงมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กับ เฟร็ด ในระบบ 4-2-3-1

สิ่งที่เห็นคือไม่มีแรงในการปะทะกับคู่แข่ง เวลาโดนบีบก็มักจะเอาตัวรอดไม่ได้ คุณภาพการจับบอลและจ่ายบอล รวมถึงทักษะความสามารถเฉพาะตัวเข้าขั้นบัดซบประหนึ่งไม่ใช่นักเตะสายพันธุ์แซมบ้าขนานแท้

แทนที่จะเปลี่ยนตัวออก กุนซือปีศาจแดงยังมีทั้งความเมตตาและปรานีปรับตำแหน่งให้นักเตะผู้นี้ขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าทางด้านซ้าย

ผลลัพธ์ที่ออกมาแทบไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ คือเล่นไม่ได้ – ไม่มีประโยชน์

กลายผู้เล่นสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้หลายตำแหน่ง แต่ไม่มีประโยชน์เลยสักตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม

มันก็น่าเห็นใจอยู่เหมือนกันนะครับ ส่วนหนึ่งเพราะจิตใจของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ไม่เข้มแข็งและอดทนเพียงพอที่จะตะบี้ตะบันใช้ในตำแหน่งเดียวให้ถึงที่สุดไปเลย

จุดนี้แตกต่างจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่หากปักใจเชื่อมั่นในตัวนักเตะคนไหนแล้วก็จะตะบี้ตะบันใช้นักเตะคนนั้นให้มันถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าความเชื่อของตัวเองคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด

บารมีของคุณน้าลูกอมยังไม่แก่กล้าถึงขนาดนั้น หากดันทุรังต่อไป ตัวเองนั่นแหละที่จะโดนด่า ว่าแล้วก็เปลี่ยนตำแหน่งการเล่นของ อันเดรียส เปเรยร่า ไปเรื่อย

เดี๋ยวให้เป็น “หน้าต่ำ” บ้าง เดี๋ยวให้เป็น “มิดฟิลด์ตัวกลาง” บ้าง เดี๋ยวให้ออกไปทางซ้ายบ้าง เดี๋ยวให้ออกไปทางขวาบ้าง ซึ่งแต่ละตำแหน่งมีวิธีการเล่นแตกต่างกัน

แบบนี้นักเตะอาจเกิดความสับสน และขาดความต่อเนื่อง แถมอยู่ไม่ค่อยจบเกมอีกต่างหาก

นั่นหมายความว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ต้องรับผิดชอบต่อฟอร์มการเล่นของลูกทีมคนนี้เช่นกัน

ในสายตาของท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผม

ฟอร์มการเล่นโดยรวมของ อันเดรียส เปเรยร่า ถือว่าน่าผิดหวังจริง ไม่ว่าจะลงเล่นในตำแหน่งไหนก็ตาม พอบทจะดี พอบทจะไปได้ ผู้เป็นกุนซือก็ดันจับเปลี่ยนตำแหน่ง หรือถอดออกเป็นตัวสำรองเสียอีก

ดังฉะนั้นสิ่งที่ อันเดรียส เปเรยร่า ต้องทำคือต้องอดทนแล้วก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองไปเมื่อได้รับโอกาส เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้แฟนบอลยอมรับ

ว่าแล้วขอยกตัวอย่างของนักเตะคนหนึ่งซึ่งเคยโดนกระหน่ำอย่างจงหนักมาก่อน

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นั่นยังไง

ก่อนย้ายมาฝังหนอกที่ แอนฟิลด์ นักเตะที่บรรดาเด็กหงส์เรียกสั้นๆ ว่า “เฮนโด้” คือดาวรุ่งพุ่งกระฉูดแตกของ ซันเดอร์แลนด์ และทีมชาติอังกฤษชุดเล็ก

เมื่อเปลี่ยนสถานะจากหัวหมามาเป็นหางราชสีห์อยู่ท่ามกลางดาวดังอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กลายเป็นเด็กๆ ไปเลย

สไตล์การเล่นของเขาคือเมื่อได้บอลมาแล้วก็จะออกบอลง่ายๆ สั้นๆ ใกล้ๆ ไม่มีอะไรหวือหวาจนถูกมอบสมญาว่า “เฮียแปะ”

เด็กหงส์เคยมองนักเตะผู้นี้ว่าไม่มีจุดเด่น และไม่มีประโยชน์ ถ้าเล่นแบบนี้ ใครๆ ก็คงเล่นได้ไม่ยาก

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เล่นได้หลายตำแหน่งทั้งมิดฟิลด์ตัวกลาง มิดฟิลด์ตัวรุก มิดฟิลด์ตัวรับ หน้าต่ำ และโดยไม่เว้นแม้แต่ฟูลแบ็คก็เคยถูกจับไปเล่น ได้ลงบ้าง ไม่ได้ลงบ้าง แต่ไม่เคยบ่น ไม่เคยโวยวาย ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจ หรือออกมาตัดพ้อต่อว่าพลางก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปแบบไม่แยแสเสียงวิพากษ์จากพวกนักวิจารณ์ปากหมาในโลกโซเชี่ยลนั่นแหละและถึงแม้นว่าจะถูกชำเราด้วยคำพูดอย่างไร เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ดูเหมือนจะมั่นใจในลูกทีมคนนี้แบบเต็มประดา โดยเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ในแดนกลางเสมอ

 ผลจากการอดทนและทำงานหนัก ผลจากการไว้เนื้อเชื่อใจของผู้จัดการทีม

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เริ่มจับจังหวะของตัวเองได้และรู้ว่าจะต้องเล่นอย่างไร ฟอร์มการเล่นจึงเริ่มไฉไลขึ้นเรื่อยๆ สามารถแย่งบอลได้ ไล่บอลได้ วางบอลยาวได้

เดี๋ยวนี้เหิมเกริมถึงขั้นขึ้นไปกะซวกตาข่ายเองเลย

ผมไม่เรียกร้องแบบเด็กผีโลกสวยให้เลิกด่า อันเดรียส เปเรยร่า นะครับ เพราะบ่อยครั้งที่ผมเองก็ตกอยู่ในอาการ “กูทนไม่ไหวแล้ว” แบบนั้นเหมือนกัน มันเป็นเรื่องธรรมดา เฉพาะอย่างยิ่งในยุคโซเชี่ยลที่ใครก็สามารถแสดงสัญชาติญาณดิบเถื่อยถ่อยของตัวเองออกมาแบบไม่สะทกสะท้าน

เพียงแต่อยากให้ดูตัวอย่างจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เอาไว้ก็แล้วกัน

ความอดทน ความมุ่งมั่น ความทุ่มเท และความพยายามสามารถช่วยให้คุณตะลุยผ่านอุปสรรคและประสบความสำเร็จได้

คิดเอา

  จากนักเตะที่แฟนบอลเรียกอย่างขบขันว่า “เฮียแปะ” ตอนนี้กลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีพรีเมียร์ลีกซะอย่างนั้น !!!

หน้าแรก >>> UFABETWINS

อ่านข่าวอื่นๆที่ >>>https://www.simcoerotaryfriendshipfestival.com/